บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร?
บุหรี่ไฟฟ้า หรือ E-Cigarettes เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้แทนการสูบบุหรี่แบบเผาไหม้ โดยตัวเครื่องจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อทำให้ขดลวดเกิดความร้อน จากนั้นความร้อนจะเปลี่ยนของเหลวที่เรียกว่า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือ E-Liquid ให้กลายเป็นละอองฝอย ผู้ใช้จะสูดละอองดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและทางเดินหายใจ
แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะไม่เกิดควันจากการเผาไหม้เหมือนบุหรี่ทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย เพราะละอองที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีสารเคมีหลายชนิด รวมถึงสารที่ส่งผลต่อปอด หัวใจ หลอดเลือด และระบบประสาท โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินเป็นส่วนประกอบ
ในบุหรี่มีสารพิษอะไรบ้าง?
บุหรี่ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดควัน แต่เป็นแหล่งรวมสารเคมีจำนวนมากที่ส่งผลเสียต่อร่างกายโดยตรง เมื่อบุหรี่ถูกจุดและเกิดการเผาไหม้ จะปล่อยสารเคมีมากกว่า 7,000 ชนิด โดยมีสารจำนวนมากที่เป็นพิษต่อร่างกาย และอย่างน้อย 70 ชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง (องค์การอนามัยโลก)
สารพิษเหล่านี้ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้สูบบุหรี่เท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองด้วย โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจ
สารพิษสำคัญที่พบในควันบุหรี่

- นิโคติน (Nicotine)
นิโคตินเป็นสารสำคัญที่ทำให้เกิดการเสพติดในบุหรี่ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อสมอง ระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือด ผู้สูบบุหรี่จึงมักเกิดความอยากสูบซ้ำ และเลิกบุหรี่ได้ยาก - ทาร์ (Tar)
ทาร์เป็นสารเหนียวสีน้ำตาลที่เกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่ ภายในทาร์ประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิด รวมถึงสารก่อมะเร็ง เมื่อสูดดมเข้าไป ทาร์สามารถเกาะตามทางเดินหายใจและปอด ทำให้กลไกการทำความสะอาดของหลอดลมทำงานลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคปอดเรื้อรังและมะเร็งปอด - คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide)
คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นก๊าซพิษชนิดเดียวกับที่พบในควันจากท่อไอเสียรถยนต์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปรบกวนการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด - ไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen Cyanide)
ไฮโดรเจนไซยาไนด์เป็นหนึ่งในสารพิษที่พบในควันบุหรี่ มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ และอาจทำให้การทำงานของเซลล์ในร่างกายผิดปกติ สารชนิดนี้เป็นหนึ่งในสารอันตรายที่หน่วยงานด้านสุขภาพระบุว่าเกี่ยวข้องกับพิษของควันบุหรี่ - ไนโตรเจนออกไซด์และสารระคายเคืองในควันบุหรี่
ควันบุหรี่มีสารระคายเคืองหลายชนิด เช่น ไนโตรเจนออกไซด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ และอะโครลีน ซึ่งสามารถทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจอักเสบ เกิดอาการไอ มีเสมหะ แน่นหน้าอก หรือหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้ โดยเฉพาะในผู้ที่สูบบุหรี่เป็นเวลานาน - แอมโมเนีย (Ammonia)
แอมโมเนียเป็นสารที่มีฤทธิ์ระคายเคืองต่อเยื่อบุอ่อนของร่างกาย เช่น ดวงตา จมูก ลำคอ และหลอดลม เมื่อได้รับอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดอาการแสบตา แสบจมูก ไอ หรือระคายคอได้ - เบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ และโลหะหนัก
ในควันบุหรี่ยังพบสารอันตรายอื่น ๆ เช่น เบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ แคดเมียม และสารก่อมะเร็งหลายกลุ่ม สารเหล่านี้สามารถทำลายเซลล์ ทำให้ดีเอ็นเอผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลายชนิด
สูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร?
การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น
- มะเร็งปอดและมะเร็งอวัยวะอื่น ๆ
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคถุงลมโป่งพอง
- หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
- ภูมิคุ้มกันลดลง
- สมรรถภาพปอดเสื่อมลง
- สุขภาพช่องปากและผิวพรรณเสื่อมก่อนวัย
นอกจากนี้ ควันบุหรี่มือสองยังเป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง แม้ไม่ได้เป็นผู้สูบโดยตรงก็ตาม
เลิกบุหรี่ ดีต่อสุขภาพ
การเลิกบุหรี่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายอย่างต่อเนื่อง
- 20 นาที ความดันเลือดและชีพจรจะเต้นในระดับปกติ
- 8 ชั่วโมง ระดับออกซิเจนในเลือดจะคืนสู่ระดับปกติ
- 2 วัน การรับรู้รสและกลิ่นจะดีขึ้น
- 2-12 สัปดาห์ ระบบหายใจดีขึ้นไม่เหนื่อยง่าย
- 3-6 เดือน ปัญหาการไอลดลง ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
- 5 ปีขึ้นไป ลดโอกาสเกิดโรคหัวใจและมะเร็งปอด
และเมื่อเลิกสูบบุหรี่ไปเรื่อยๆจะส่งผลดีต่อระบบต่างๆในร่างกายมากขึ้นๆทำให้สุขภาพดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


